skip to Main Content

Why study in USA?

ทำไมต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา? การเรียนต่อที่ประเทศอเมริกาแตกต่างจากการเรียนต่อในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษอื่น เช่น อังกฤษ ออสเตรลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา อย่างไร

ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความรักในสถาบันของนักเรียนร่วมสถาบันศึกษา (Unity and Loyalty within one’s university)
ผู้เขียนอยู่ในวงการศึกษามมากกว่า 20 ปีและได้มีโอกาสได้ไปเยื่ยมมหาวิทยาลัยในทุกประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน นักศึกษามหาวิทยาลัยของประเทศอเมริกาจะมีความรักและซื่อสัตย์ต่อสถาบันตัวเองเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น นักศึกษาจะรู้สึกภูมิใจในหาวิทยาลัยตัวเอง และสนับสนุนสินค้าที่มีโลโก้ของมหาวิทยาลัย เมื่อคุณเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยใด มหาวิทยาลัยหนึ่งของประเทศอเมริกา จะเห็นนักศึกษาใส่เสื้อผ้า หมวก ผ้าพันคอ และเครื่องแต่งตัวหรือ อุปกรณ์การเรียน และเครื่องใช้ อื่นๆที่มีชื่อมหาวิทยาลัยตัวเองอย่างไม่อายใคร เดินกันทั่วแคมปัส ถึงแม้เรียนจบก็ยังคงใส่เครื่องแต่งกาย หรือใช้สินค้า เช่น แก้วน้ำ กระเป๋า หมวก ของมหาวิทยาลัย อย่างภูมิใจ และ ทักทายผู้คนแปลกหน้าที่บังเอิญเจออย่างเป็นกันเองเมื่อรู้ว่าจบมาจากสถาบันเดียวกัน Bookstore หรือร้านขายหนังสือซึ่งจะมีสินค้าอื่นๆของมหาวิทยาลัยขายด้วย จึงเป็นจุด ไฮไลด์สำคัญที่ผู้เขียนจะแวะเข้าไปเป็นที่แรกเมื่อไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยในประเทศอเมริกาก่อนเสมอ

วัฒนธรรมเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่น่ายกย่องที่ไม่มีที่ไหนในโลกนอกจากประเทศอเมริกา คือ การให้คืนกลับของศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จหลังเรียนจบ นักศึกษาจะมีความรักต่อสถาบันและเมื่อประสบความสำเร็จหลังเรียนจบ จะนึกถึงมหาวิทยาลัยตัวเองก่อนเสมอและกลับมาช่วยเหลือมหาวิทยาลัย ทำให้มหาวิทยาลัยของประเทศอเมริกามีทุนการศึกษาจากภาคเอกชนมากกว่าประเทศอื่นๆทั่วโลก เพราะศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จเหล่านั้นจะนำเงินมาบริจาคกลับเข้ามหาวิทยาลัยในหลายๆรูปแบบ เช่น การบริจาคสร้างตึกการเรียน ห้องสมุด สถานที่และอุปกรณ์สาธารณะประโยขน์ หรือการตั้งมูลนิธิมอบทุนให้กับนักศึกษาร่วมสถาบันรุ่นต่อๆไป โดยมหาวิทยาลัยจะให้เกียรติแก่ศิษย์เก่าผู้บริจาคเงินสนับสนุนมหาวิทยาลัย ด้วยการตั้งชื่อตึกการเรียน และสาธารณะประโยชน์ ตามชื่อของผู้บริจาคเพื่อเป็นอนุสรณ์แทนการขอบคุณอย่างสมเกียรติ์

หอพักนักศึกษา Fraternities and Sororities , Honors College และประโยชน์ของการอยู่หอพักในมหาวิทยาลัย
หลายๆท่านอาจจะไม่ทราบว่า เกือบทุกมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนในประเทศอเมริกา มีกฎให้นักศึกษาใหม่ระดับปริญญาตรีต้อง อยู่หอของ มหาวิทยาลัย เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี บางมหาวิทยาลัยมีกฎให้อยู่ 2 ถึง สูงสุด 4 ปี เพื่อทำกิจกรรม สร้างมิตรภาพและ หล่อหลอมความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติได้ใช้ชีวิตร่วมกับนักศึกษาชาวอเมริกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว โดยมหาวิทยาลัยจะมีระบบบ้าน ที่เรียกว่า Fraternities ( บ้านนักศึกษาชาย) และ Sororities ( บ้านนักศึกษาหญิง)
โดยแต่ละบ้านจะมีวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ หลักการในการดำเนินชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองที่แตกต่างจากบ้านอื่นๆ บ้าน Fraternities และ Sororities จะมีอยู่ด้วยกันมากกว่า 400 บ้านทั่วประเทศอเมริกา โดยแต่ละมหาวิทยาลัย จะมีบ้านให้เลือกต่างกัน ไป นักศึกษาที่อยู่บ้านเดียวกันแต่คนละมหาวิทยาลัยก็ถือเป็นสมาชิกบ้านที่จะเป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือกันไปตลอดแม้เรียนจบการศึกษาแล้วก็ตาม โดยแต่ละบ้านจะมี secret handshake เฉพาะคนในบ้านเท่านั้นที่จะทราบ เพื่อใช้ในการทักทายเมื่อเจอกัน และทำให้ทราบได้ว่าเป็นคนของบ้านเดียวกัน เมื่อเจอกันโดยบังเอิญในที่ต่างๆ นักศึกษาต่างชาติก็สามารถเข้าร่วมบ้านได้โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ขั้นตอนในการรับสมาชิกของแต่ละบ้านนั้น จะมีกระบวนการคัดเลือกจากหัวหน้าและสมาชิกปัจจุบัน ในบ้าน ตามแนวทางของตน โดยแต่ละบ้านจะมีโอกาสได้พูดคุยเกี่ยวกับหลักการและความเป็นตัวตนของตัวเองให้กับนักเรียนใหม่ในช่วงเวลา Orientation และนักเรียนใหม่จึงสามารถทำเรื่องสมัคร รอผลคัดเลือกภายในต้นเทอมการศึกษา นักเรียนจะอาศัยอยู่ในหอพักของบ้านตัวเอง เพื่อช่วยกันทำกิจกรรมที่ทางบ้านจัดเพื่อบรรลุเป้าหมายของบ้านในช่วงเวลาที่ศึกษาในมหาวิทยาลัย

ตัวอย่างที่ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น เช่น บ้านที่เน้นฝึกความเป็นผู้นำและสร้างคนดี อย่าง Sigma Alpha Epsilon ซึ่งเป็นบ้าน Fraternity สำหรับนักศึกษาชาย มีจำนวนสมาชิกถึง 304,000 คนทั่วประเทศอเมริกา หรือ บ้าน Chi Omega ซึ่งเป็นบ้าน Sorority สำหรับนักศึกษาหญิงล้วน ที่เน้นด้านการสร้างเสริมมนุษย์สัมพันธ์ เช่น Friendship และ Development of Characters ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 300,000 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศอเมริกา สมาชิกในบ้าน ปฏิญาณที่จะช่วยเหลือและเป็นมิตรภาพที่ดีต่อกันตลอดชีวิต

ยังมีบ้านอีกมากมายที่มีวัตถุประสงค์อื่นๆ เช่น เพื่อช่วยเหลือสังคม อย่างบ้าน Alpha Phi Omega ซึ่งอนุญาตให้ทั้งนักศึกษาทั้งชายและหญิงเข้าร่วม เน้นการทำประโยชน์ให้กับสังคม เช่น Blood drives, Fundraising, and Tutoring หรือ บ้านที่เป็นของคณะใด คณะหนึ่งเพื่อช่วยให้นักเรียนในสาขานั้นๆได้ใกล้ชิด แลกเปลี่ยนความคิด และช่วยกันเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น บ้านของนักศึกษาสาขา Business, สาขา Law, สาขา Life Science หรือสาขา Music

Honors College

มหาวิทยาลัยรัฐของประเทศอเมริกาจะมีระบบการเรียนที่เรียกว่า Honors College สำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี ซึ่งโดยปรกติต้องมีเกรดเฉลี่ยอย่างน้อย 3.25 ขึ้นไปในเทอมแรก โดยผ่านขั้นตอนการสมัคร และคัดเลือกจากนักศึกษาที่ต้องการเข้าบ้านในแต่ละเทอม นักศึกษาหัวกะทิที่อยู่ใน Honors Collegeจะกินนอนอยู่ในบ้านเดียวกัน นักศึกษาเหล่านี้จะได้รับสิทธ์ประโยชน์เช่น โอกาสในการเลือกห้องเรียนก่อน หรือห้องเรียนที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า การได้พบปะกับ Faculty membersเป็นประจำ และการแนะนำในการเลือกวิชาที่ท้าทาย และเหมาะสมกับความสามารถ เหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการเรียนเฉพาะทางระดับสูง Graduate level เช่น Medical, Veterinary, or Law school นักศึกษาต้องมีเกรดเฉลี่ยอย่างต่ำไม่น้อยกว่า 3.00 ในแต่ละปีจึงจะอยู่ต่อได้จนจบปริญญาตรี

แคมปัสที่กว้างขวาง และ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและระบบรักษความปลอดภัยที่ยอดเยื่ยม
มหาวิทยาลัยของประเทศอเมริกา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยรัฐจะกว้างใหญ่และมีสิ่งอำนวยความสะดวกเสมือนเป็นเมืองเมืองหนึ่ง เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีประชากรกว่า 300 ล้านคน ถึงแม้จะมีจำนวนมหาวิทยาลัยถึงกว่า 5000 แห่งซึ่งถือว่ามากที่สุดในโลก จำนวนนักศึกษาเฉลี่ยในมหาวิทยาลัยหลักของรัฐจะมีนักศึกษาระหว่าง 30,000-50,000 คน แต่ขนาดของมหาวิทยาลัยใหญ่เพียงพอ เป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีสรรพสิ่งครบครัน เช่น โรงพยาบาล ร้านขายสินค้า Fitness center ขนาดใหญ่มาก สถานีตำรวจ หอพักนักศึกษา ลาน Bowling สถานที่สันทนาการต่างๆ
บางมหาวิทยาลัยมีโรงแรม และ สปา นักศึกษาสามารถใช้บริการได้ฟรีไม่จำกัด และทางมหาวิทยาลัยจะ มี รถบริการ ฟรี รับส่งระหว่างตึก และ บางมหาวิทยาลัยจะให้บริการฟรีบัสในเมืองที่ตั้งอยู่ ทั่วเมือง การที่นักศึกษาต่างชาติได้มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเด็กอเมริกันอย่างใกล้ชิดในหอพักทำให้นักศึกษาไทยสามารถปรับภาษาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนร่วมสถาบันได้อย่างไม่เขินอาย

ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย มีจุดสัญญาณฉุกเฉินทั่วทุกจุด ที่ตำรวจประจำมหาวิทยาลัยสามารถมาถึงตัวนักศึกษาภายในเวลาไม่กี่นาทีในกรณีฉุกเฉิน และเกือบทุกมหาวิทยาลัยมีบริการเดินเป็นเพื่อน ในเวลากลางคืนหรือ safe ride service มีกล้องวงจรปิดไปทั่วมหาวิทยาลัยและในตัวอาคารเอง นักศึกษาต้องมีคีย์การ์ดเพื่อเข้าตึก ทั้งยังมีกฎข้อห้ามต่างๆของหอพักที่ผู้อยู่อาศัยต้องทำตามอย่างเคร่งครัด จึงสามารถมั่นใจในความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยได้แน่นอน

กีฬามหาวิทยาลัย (College Sports)
ประเทศอเมริกาเป็นประเทศเดียวในโลกที่ League กีฬาสีระดับมหาวิทยาลัยในกีฬาเกือบทุกประเภท เช่น อเมริกันฟุตบอล, บาสเกตบอล, เบสบอล, ไอซ์ฮอกกี้, กอล์ฟ เทนนิส และอื่นๆ อีกมากมาย จึงเป็นสวรรค์ของคนรักกีฬา
ทีมกีฬาของมหาวิทยาลัยในประเทศอเมริกานั้น มีความสำคัญต่อชื่อเสียงมหาวิทยาลัยอย่างมาก การที่มหาวิทยาลัยสามารถผลิต ทีมกีฬาระดับมหาวิทยาลัยที่ประสบความสำเร็จ หรือมีชื่อเสียงทั่วประเทศได้นั้น สามารถส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้น ได้งบประมาณในการพัฒนาการศักยภาพนักกีฬา และยังสร้างความนิยมทำให้มีจำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้นในแต่ละปี แต่ละมหาวิทยาลัยจึงแข่งขันกันอย่างจริงจัง ตัวนักกีฬาเอง ก็มีสิทธิ์ในการรับคัดเลือกเข้าทีมระดับอาชีพ ซึ่งมีค่าตอบแทนมหาศาล

ปัจจุบัน มีนักศึกษาหลายคนที่มีความโดดเด่นด้านกีฬามากๆ สามารถเข้ามหาวิทยาลัยท็อปของประเทศอเมริกาเพื่อร่วมทีมมหาลัย แล้วต่อยอดเป็นนักกีฬาอาชีพ และประสบความสำเร็จระดับโลก มากมายหลายคน ยกตัวอย่าง เช่น Jeremy Lin นักกีฬาบาสเกตบอล ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน Top NBA Players of All Time มีผลงานมากมายกับทีมชื่อดังในอเมริกาหลายทีม เช่น Golden State Warriors, Houston Rockets, Toronto Raptors, Los Angeles Lakers, New York Knicks ปัจจุบัน ได้ย้ายไปเล่น CBA league ในประเทศจีนและยังคงประสบความสำเร็จในการเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นเรื่อยมา ซึ่งก่อนที่ Jeremy Lin จะมาถึงวันนี้ได้ก็เริ่มต้นโดยการเข้าทีมในมหาวิทยาลัย Harvard ซึ่งเป็นก้าวแรกที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จมาถึงปัจจุบันนี้ เนื่องจาก League ในมหาวิทยาลัยมีความสำคัญอย่างมาก สามารถจะเปิดประตูให้นักศึกษา ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกีฬา ได้เข้าสู่การเป็นนักกีฬานักอาชีพ

สมาคมการแข่งขันกีฬาในประเภทต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียงที่สุด จะเรียกกันว่า NCAA หรือ National Collegiate Athletic Association สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 Division ดังนี้

Division 1 เป็นชั้นสูงสุด การแข่งขันจะมีขึ้นอย่างดุเดือดระหว่างมหาวิทยาลัย ที่อยู่ในชั้นเดียวกัน ซึ่งมักจะมาจากมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ หรือ มีชื่อเสียง เพราะ มีการลงทุนกับทีมกีฬาของมหาวิทยาลัยและให้ทุนนักเรียนที่เป็นนักกีฬาเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีจำนวน มากกว่า 350 มหาวิทยาลัย 6,000 ทีมและนักเรียนเป็นจำนวน 170,000 คนที่เป็นสมาชิกของ NCAA Division 1 ตัวอย่างของมหาวิทยาลัย ที่อยู่ใน Division นี้ คือ กลุ่มมหาวิทยาลัยใน Ivy League เช่น Brown, Columbia, Cornell, Dartmouth, Harvard, the University of Pennsylvania, Princeton, และ Yale (Ivy League ไม่มีทุนนักกีฬา) สำหรับมหาลัยที่อยู่ใน Division 1 ที่ทางเราเป็นตัวแทนก็มีมากมาย เช่น Oregon State University, Texas A&M University–Corpus Christi, University of Illinois at Chicago, University of South Florida เป็นต้น

Division 2 สำหรับการแข่งขันยังสูงอยู่แต่รองลงมาจาก Division 1 ซี่งมหาวิทยาลัยที่อยู่ในชั้นนี้จะมีการลงทุนสำหรับทีมกีฬาและ การให้ทุนกับนักศึกษาน้อยลง ซึ่งการแข่งขันต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการแข่งขันกันระหว่างทีมที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน มากกว่าการแข่งขันข้ามภูมิภาคเหมือน Division 1 สำหรับมหาลัยที่อยู่ใน Division 2 ที่ทางเราเป็นตัวแทนมีดังนี้ Adelphi University, Florida Institute of Technology, Hawaii Pacific University, University of Tampa เป็นต้น

Division 3 เป็นชั้นที่เรียกได้ว่ามีจำนวนมากที่สุด ในประเทศ ประกอบไปด้วย 444 สถาบันและ นักเรียนมากกว่า 170,000 คน ที่อยู่ในชั้นนี้ ซึ่งใน Division 3 จะไม่มีการให้ทุนนักศึกษาสำหรับนักกีฬา ทำให้นักกีฬาส่วนใหญ่รับทุนในเชิงการศึกษามากกว่า นักกีฬามหาวิทยาลัยเหล่านี้จะมีชั่วโมงการฝึกฝนน้อยกว่า เนื่องจากการแข่งขันไม่สูงเท่า กับ Division อื่นๆ มหาวิทยาลัยใน Division 3 จะมุ่งเน้นไปทางการเข้าร่วมในการแข่งขัน มากกว่าที่จะเน้นไปที่การจัดงาน เพื่อทำเงินจากผู้ชม เหมือน Division อื่นๆ

โอกาสในการได้รับทุนการศึกษา Scholarships ที่มากกว่า

https://www.northamericastudy.com/graduate-scholarships/

Reference
https://www.noodle.com/articles/5-types-of-college-fraternities-and-sororities
https://blog.prepscholar.com/what-are-ncaa-divisions-1-vs-2-vs-3
https://www.ncsasports.org/recruiting/how-to-get-recruited/college-divisions


ข้อมูลเพิ่มเติม เรียนต่อป.ตรี (Bachelor) อเมริกา คลิ๊ก!!
ข้อมูลเพิ่มเติม เรียนต่อป.โท (Master) อเมริกา คลิ๊ก!!

ตัวแทนของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ บริการฟรีทุกขั้นตอน Tel. 02-129-3214, 091-742-5900 สมัครเรียน สมัครหอพักของมหาวิทยาลัย จองตั๋วเครื่องบิน รถรับ-ส่งสนามบิน รวมถึงเตรียมเอกสาร กรอกใบสมัคร On-line และทำการนัดหมายกับสถานฑูต อเมริกา แคนาดา ให้ฟรี
error: Content is protected !!
Back To Top